เรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเสด็จไปเยือนยังประเทศต่างๆ เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับนานาประเทศ พระองค์ทรงงานอย่างหนัก เพื่อความกินดีอยู่ดีและความสุขของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด พระองค์จะสถิตย์อยู่ในดวงใจของคนไทยตลอดไป ตราบนานเท่านาน…

LAUSANNE, SWITZERLAND (พ.ศ. 2477)

เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2477 พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินีและพระเชษฐา เพื่อทรงศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนเมียร์มองต์ (Miremont) ในวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ จากนั้นทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเอกอล นูเวล เดอ ลา ซืออีส โรมองต์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) ต่อมาทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ (Bachelier es Lettres) จาก โรงเรียนมัธยมคลาซีค กังโตนาล (Classique Cantonal) แห่งเมืองโลซานน์ เมื่อ พ.ศ. 2488 และในปีเดียวกันนั้นทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ (Université de Lausanne) โดยทรงเลือกศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์ และเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม ในครั้งนี้ทรงเลือกศึกษาวิชากฎหมายและวิชารัฐศาสตร์ แทนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ทรงศึกษาอยู่เดิมเพื่อให้เหมาะสมกับการนำมาใช้ดูแลปวงชนชาวไทย

กาลต่อมา เมื่อวันที่ 29-31 สิงหาคม 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการเพื่อเจริญพระราชไมตรีระหว่างประเทศไทยและสมาพันธรัฐสวิสให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Source: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น

 

BOSTON, MASSACHUSETTS, USA (พ.ศ. 2503)

ในปีพ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2470 ณ โรงพยาบาลMount Auburn เมือง Boston, MA ซึ่งบนอาคารชั้น 5 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ และในเมืองนี้ยังมี “King Bhumibol Adulyadej Square” หรือ “จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช” สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ ซึ่งเป็นพระมหากษัตริยพระองค์เดียวในโลก ที่ทรงประสูติ ณ สหรัฐอเมริกา

โดยวันที่ 7 ก.ค. 2503 พระองค์ทรงได้กลับไปเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง และได้พระราชทานกล่องทองคำสลักเพชรสำหรับใส่พระโอสถมวน ให้แก่ ดร. สจ๊วต วิตต์มอร์ นายแพทย์ผู้ถวายการประสูติ ทั้งยังพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ศิลปินชื่อดังอย่างเอลวิส เพรสลีย์ เข้าเฝ้าฯ อีกด้วย


Source: Thairath

NEW YORK CITY, NEW YORK, USA (พ.ศ. 2503)

เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา วันที่ 14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2503 โดยเสด็จโฮโนลูลูเป็นแห่งแรก จากนั้นทรงเสด็จไปที่ Washington D.C. และจากนั้นเสด็จต่อไปที่เมือง New York City โดยมีชาวนิวยอร์ค จำนวนกว่า 750,000 คน ร่วมกันถวายการต้อนรับตามประเพณี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประทับรถยนต์พระที่นั่งผ่านถนนบรอดเวย์ในนครนิวยอร์ค ทรงโบกพระหัตถ์ให้กับชาวนิวยอร์คที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ในระหว่างทาง
วันที่ 5 กรกฎาคม 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม นายเบนนี่ กู๊ดแมน “ราชาแห่งแจ๊ส” ที่อพาร์ทเม้นต์ นครนิวยอร์ค ในโอกาสนี้นายกู๊ดแมนทูลเกล้า ฯ ถวายแซกโซโฟนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นที่ระลึก

Source: prdnorth.in.th

 

LONDON, UNITED KINGDOM (พ.ศ. 2503)

วันที่ 19-23 ก.ค. 2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักร โดยสมเด็จพระนางเจ้าอลิซเบ็ธที่ 2 แห่งกรุงอังกฤษ และพระสวามีถวายการต้อนรับที่สถานีรถไฟ Victoria พระองค์ประทับรถม้าพระที่นั่งร่วมกับพระนางเจ้าอลิซเบ็ธที่ 2 ไปสู่พระราชวัง Buckingham ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถก็ร่วมเสด็จด้วยเช่นกัน ซึ่งทรงประทับรถม้าร่วมกับดยุ๊คแห่งเอดินเบอเรอะ ท่ามกลางฝูงชนของมหานครลอนดอน

Source: prdnorth.in.th

 

NURNBERG, GERMANY (พ.ศ. 2503)

วันที่ 31 กรกฏาคม 2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จเมือง Nurnberg ซึ่งมีตำรวจเป็นจำนวนมากคอยเฝ้าอารักขาอย่างเข้มแข็งเพราะประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จมีจำนวนพันและเฝ้ารอด้วยความสนใจและด้วยความชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง
โดยหนังสือพิมพ์ Sonntagblitz ประจำวันอาทิตย์ได้ลงข่าวถึงวันครบรอบห้าสิบปีแห่งการเยือนประเทศสาธารณรัฐเยอรมันนีที่เมืองนูนแบร์ก ประชาชนชาวเยอรมันเฝ้ารอการต้อนรับพระมหากษัตริย์ไทยอย่างคับคั่งและเอิกเกริกที่เมืองนูนแบร์กและทรงประทับพักที่โรงแรม Grand Hotel ทีอยู่ตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟ

Source: Ting – Oknation.net

 

PARIS, FRANCE (พ.ศ. 2503)

เป็นที่ทราบกันดีจากเรื่องราวที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่สำนักข่าว BBC ในกรุงลอนดอน ในสารคดีเรื่อง “ขวัญของชาติ” ซึ่งพระองค์พระราชทานสัมภาษณ์ถึง “รักแรกพบ” ที่ประชาชนชาวไทยอ่านแล้วต้องยิ้มตาม ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ได้เกิดขึ้นที่เมือง Paris นั่นเอง

โดยในวันที่ 12 ตุลาคม 2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จกลับมาที่เมือง Paris อีกครั้ง โดยหนังสือพิมพิ์ L’Aurore วันที่ 14 ตุลาคม 1960 ลงภาพและข่าวเสด็จทอดพระเนตรละคร Opera กับประธานาธิบดี และ Madame de Gaulle

Source: oknation.net / BBC Thai